จังหวัดอำนาจเจริญ จัดพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “วันมหิดล” พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย ประจำปี 2569
วันนี้ (24 กันยายน 2569) เวลา 09.30 น. ที่ห้องโถงกลาง อาคารศูนย์การเรียนรู้ชุมชนและวิจัยสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตอำนาจเจริญ ตำบลสร้างนกทา อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ นายเสนีย์ ส้มเขียวหวาน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องใน “วันมหิดล” ประจำปี 2569 เพื่อเป็นการน้อมรำลึกและแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์และเฉลิมฉลองพระเกียรติคุณให้แผ่ไพศาล แห่งผู้ได้รับการสมัญญาภิไธยจากแพทย์และประชาชนทั่วไปว่า” พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” โดยมี ศาล อัยการ ทหาร ตำรวจ ส่วนราชการ เหล่ากาชาดจังหวัด แม่บ้านมหาดไทย คณะอาจารย์ นักศึกษาและประชาชนเข้าร่วมพิธีในครั้งนี้
การจัดพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก "พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย" ขึ้นในวันนี้ เนื่องในวโรกาสวันมหิดล ซึ่งตรงกับวันที่ 24 กันยายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงเป็นพระอัยกาในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ซึ่งในระหว่างที่ยังทรงมีพระชนม์ชีพ พระองค์ฯ ได้วางรากฐาน เสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นแก่โรงเรียนแพทย์ และพัฒนาการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพและทำให้การสาธารณสุขไทย ได้เจริญพัฒนาก้าวหน้าทัดเทียมอารยะประเทศ ด้วยรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว เหล่าพสกนิกรทั้งหลายจึงได้พร้อมใจกันเทิดพระเกียรติพระองค์ว่าทรงเป็นพระบิดาแห่งการแพทย์ไทยและเรียกวันที่ 24 กันยายน ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสวรรคตว่า "วันมหิดล" พระราชกรณียกิจต่าง ๆ ที่ได้ทรงทุ่มเททั้งพระวรกายและพระราชทรัพย์ เพื่อปลูกฝังกิจการแพทย์และการสาธารณสุขให้แก่ประเทศชาตินั้น บัดนี้ ได้เจริญงอกงามขึ้นทัดเทียมกับนานาอารยะประเทศสมดังได้ทรงตั้งพระปณิธานไว้ น้ำพระทัยทรงมีต่อการแพทย์และสาธารณสุข นั้นใหญ่หลวงยากที่จะหาใดเปรียบ เหมาะสมอย่างยิ่งแล้วกับที่ปวงชนเทิดทูนพระองค์ว่า ทรงเป็นพระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันและการสาธารณสุขของไทย ดูน้อยลง