ชาวเสนางคนิคมรวมพลังบุญ "เดิน-วิ่ง เกาะแก้ว มินิมาราธอน" ต่อยอดตั้งกองทุน พชอ. มอบสิ่งของ–ทุนการศึกษา–ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง รวมเป็นเงินกว่า 2.7 แสนบาท
วันนี้ (4 สิงหาคม 69) ที่หอประชุมอำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ นายชัยยุทธ ครองยุติ นายอำเภอเสนางคนิคม เป็นประธานในพิธีมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทุนการศึกษา และเงินช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการจัดกิจกรรม charity "เดิน วิ่ง เกาะแก้ว มินิมาราธอน 2569" ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ที่ วัดเกาะแก้ว ตำบลหนองสามสี เพื่อขับเคลื่อนและหารายได้จัดตั้ง "กองทุนพัฒนาคุณภาพชีวิตอำเภอเสนางคนิคม (พชอ.)" ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม กิจกรรมดังกล่าวเกิดจากวิสัยทัศน์และการริเริ่มของนายอำเภอเสนางคนิคม ร่วมกับพลังความสามัคคีของทุกภาคส่วน ทั้งคณะสงฆ์ นำโดย พระมหาอาคม สุมณีโก เจ้าคณะอำเภอเสนางคนิคม พร้อมด้วยส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ รพ.สต. พี่น้อง อสม. สถานศึกษา ภาคเอกชน ตลอดจนชาวบ้านหนองสามสี โดยคณะทำงานทุกคนได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานเบื้องหลังด้วยจิตอาสาโดยไม่รับค่าตอบแทน เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และจากความร่วมมือของนักวิ่ง สปอนเซอร์ และผู้มีจิตศรัทธา ทำให้สามารถจัดสรรงบประมาณส่งต่อความช่วยเหลือเข้าสู่ชุมชน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 277,525 บาท และนำมาแบ่งการช่วยเหลือออกเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ ด้านสาธารณสุข ทำการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ที่จำเป็น ได้แก่ เครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 10 ลิตร จำนวน 1 เครื่อง, เครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 5 ลิตร จำนวน 2 เครื่อง, เตียงผู้ป่วยชนิด 2 ไก จำนวน 5 เตียง, ที่นอนลมป้องกันแผลกดทับ จำนวน 6 ชุด และเครื่องวัดความดันโลหิตแบบอัตโนมัติ จำนวน 10 เครื่อง รวมมูลค่า 150,000 บาท โดยมอบให้กับโรงพยาบาลเสนางคนิคม / ด้านการศึกษาและกีฬา ทำการจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ทั้งลูกฟุตบอล, วอลเลย์บอล, ตระกร้อ มอบให้แก่โรงเรียน 25 โรงเรียน มอบทุนการศึกษารวม 52 ทุน ประกอบด้วย ทุนสามเณรโรงเรียนปริยัติธรรมวัดศรีใคร ทุนนักเรียนระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา มอบให้นักเรียนในพื้นที่อำเภอเสนางคนิคม รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 69,250 บาท และด้านการช่วยเหลือสังคม ได้มอบเงินช่วยเหลือให้แก่กลุ่มเปราะบางและผู้ยากไร้ หมู่บ้านละ 1 ทุน ครอบคลุมทั้ง 58 หมู่บ้านในอำเภอเสนางคนิคม รวมเป็นเงิน 58,000 บาท ความสำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังแห่งความรักและความสามัคคีของชาวอำเภอเสนางคนิคม ที่ร่วมกันเป็นทั้ง "ผู้สร้าง" และ "ผู้ให้" เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอำเภอเสนางคนิคมไปข้างหน้าโดย "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" อย่างแท้จริง ดูน้อยลง