จังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2569 โดยเน้นการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน บูรณาการทุกหน่วยงาน ลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด
วันนี้ (19 พฤษภาคม 2569) เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดอำนาจเจริญ (POC) ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอำนาจเจริญ นายเสนีย์ ส้มเขียวหวาน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วย นายเทพรัตน์ ตันตยานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมทางไกลผ่านระบบ VDO Conference กับกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
ในการประชุม มีคณะองคมนตรีร่วมสังเกตการณ์ พร้อมให้ข้อเสนอแนะและข้อห่วงใยเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและการแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน โดยเน้นย้ำการน้อมนำแนวพระราชดำริด้านการบริหารจัดการน้ำมาเป็นกรอบแนวทางในการวางแผนระยะยาว ควบคู่กับการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศเพื่อใช้ในการวิเคราะห์สถานการณ์ ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยง และสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างถูกต้องและทันท่วงที
นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรกลและอากาศยานสำหรับปฏิบัติการฝนหลวง ประสานหน่วยงานด้านป่าไม้เพื่อสนับสนุนการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่สูง รวมถึงบริหารจัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อทุกภาคส่วน โดยให้ความสำคัญกับน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนเป็นอันดับแรก พร้อมรักษาสมดุลด้านน้ำเพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมของประเทศ
ด้านนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ภัยพิบัติที่มีแนวโน้มรุนแรงและเกิดบ่อยครั้งมากขึ้น แม้ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว แต่จากการคาดการณ์พบว่า ปี 2569 อาจมีปริมาณฝนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานน้อมนำพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานผ่านคณะองคมนตรี เมื่อปี พ.ศ. 2560 มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ได้แก่ การติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง การปรับแผนเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการบูรณาการความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง เพื่อลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด ดูน้อยลง